หลักสูตรที่เปิดสอน

โรงเรียนภาษาและคณิตศาสตร์ปัญญาจรัส (ในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ)

เน้นคุณภาพ ปัจจุบันมี 2 สาขา เท่านั้น คือ สาขาบางมด และสาขาเมเจอร์รัชโยธิน โปรดระวังผู้แอบอ้าง

IELTS (International English Language Testing System)

คลิก>>>>> ตารางเรียน IELTS (สาขารัชโยธิน)

คลิก>>>>> ตารางเรียน IELTS (สาขาบางมด)

The Bright Brain เป็นศูนย์ตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS (ไอเอล) ทั้งของ IDP และ บริติช เคาน์ซิล

IELTS (ไอเอล) คืออะไร?

IELTS (International English Language Testing System) หรือการทดสอบภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ ได้รับการออกแบบเพื่อใช้ประเมินความสามารถด้านภาษาของผู้สมัครสอบที่ต้องการ เรียน หรือทำงานในสถานที่ที่ใช้ภาษาอังกฤษ ในการสื่อสาร การสอบ IELTS (ไอเอล) ใช้ประเมินความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของผู้สมัครสอบอย่างมีประสิทธิภาพใน 4 ทักษะ ได้แก่ การฟัง การอ่าน การเขียน และ การพูด รวมถึงความรู้ทางด้านไวยากรณ์และ คำศัพท์ในการใช้ภาษา

IELTS (ไอเอล) เป็นตัวสอบที่ร่วมมือกันระหว่าง the University of Cambridge ESOL Examinations (Cambridge ESOL) บริติช เคานซิล และIDP : IELTS Australia ซึ่งการสอบ IELTS (ไอเอล) ถือได้ว่าเป็นตัวสอบที่ใช้ประเมินความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ได้มาตรฐาน ระดับนานาชาติสูงสุด ซึ่งครอบคลุมทักษะทางภาษาทั้ง 4 ทักษะไม่ว่าจะเป็น การฟัง การอ่าน การเขียน และการพูด IELTS (ไอเอล) ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยและบริษัทต่างๆในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ IELTS (ไอเอล) ยังเป็นที่ยอมรับของสถาบัน กองตรวจคนเข้าเมือง และ องค์กรของรัฐบาลอีกหลายแห่ง

สำหรับการสอบ IELTS (ไอเอล) ผู้สมัครสอบ Ielts ควรมีอายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี
ในการลงทะเบียนสอบ IELTS (ไอเอล) ผู้สมัครต้องใช้หลักฐานดังต่อไปนี้


ใบสมัคร IELTS (ไอเอล)

*คู่มือการลงทะเบียนปี 2558(กรุงเทพ)
*คู่มือการลงทะเบียนปี 2558 (เชียงใหม่)
*หนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา ที่ยังไม่หมดอายุจนกระทั่งวันสอบ
*ป้จจุบัน ไม่ต้องใช้รูปถ่ายแล้วนะคะ
***หมายเหตุ: ผู้พิการสามารถยื่นเรื่องขอจัดสอบ Ielts (ไอเอล) เป็นกรณีพิเศษได้กับเจ้าหน้าที่จัดสอบ Ielts (ไอเอล) โดยตรง

Documents for registration (IDP)

 

  • Completed  and  signed Application Form (ติดต่อรับที่ IDP หรือที่ The Bright Brain ได้)
  • Completed and singed Registration Guide  (ติดต่อรับที่ IDP หรือที่ The Bright Brain ได้)
  • IELTS Fee (ค่าสมัครสอบ IELTSไอเอล 6,685 บ.)
  • Original Thai National ID Card or Passport with 1 signed Copy (สำเนาบัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต)
  •  

ค่าสอบ IELTS (ไอเอล)

เมื่อสมัครสอบ IELTS (ไอเอล) กับบริติช เคานซิล British Council  ค่าสมัครสอบ 6,685บาท  ส่วนถ้าสมัครสอบ IELTS (ไอเอล) กับ IDP  ค่าสมัครสอบ 6,685 บาท IELTS UKVI (ไอเอล ยูเควีไอ) ค่าสมัครสอบ 9,860 บาท
ผู้สมัครจะต้องชำระค่าสมัครสอบ Ielts (ไอเอล) ล่วงหน้าก่อนวันสอบและไม่สามารถขอรับค่าธรรมเนียมคืนหรือขอเปลี่ยนเป็นรูปแบบใดๆ ได้เมื่อได้ลงทะเบียนสอบ Ielts (ไอเอล) เรียบร้อยแล้ว ถ้าผู้สมัครไม่สามารถมาสอบ Ielts (ไอเอล) ในวันสอบด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ผู้สมัครสามารถขอเปลี่ยนวันสอบ Ielts (ไอเอล) เป็นวันสอบครั้งถัดไป หรือขอรับค่าธรรมเนียมสอบ Ielts (ไอเอล) คืนได้ส่วนหนึ่ง โดยผู้สมัครจะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ซึ่งออกโดย โรงพยาบาลรัฐบาล และต้องยื่นให้ศูนย์สอบอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันสอบ Ielts (ไอเอล)
ศูนย์สอบ Ielts (ไอเอล) จะปิดรับสมัคร 3 วันก่อนวันสอบ Ielts (ไอเอล) หรือเมื่อวันสอบ Ielts (ไอเอล) ในรอบนั้นเต็ม
ในกรณีที่สถาบันการศึกษาหรือกลุ่มผู้สนใจต้องการให้จัดสอบ Ielts (ไอเอล) พิเศษสอบสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่สอบ Ielts (ไอเอล) โดยตรงได้


ผลการสอบ IELTS (ไอเอล) และความหมายของคะแนน IELTS (ไอเอล)

  1. ผลการสอบ IELTS (ไอเอล) จะประกาศลงในใบรายงานผลการสอบอย่างเป็นทางการ โดยรายงานผลเป็นความสามารถทางภาษาอังกฤษโดยรวม และ ความสามารถในแต่ละทักษะการฟัง การอ่าน การเขียนและการพูด
  2. ผู้สอบ Ielts (ไอเอล) สามารถขอรับผลการสอบ Ielts (ไอเอล) ได้ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งผลการสอบ Ielts (ไอเอล) จะออกในวันศุกร์ที่สองตั้งแต่เวลา 13.00 นาฬิกาเป็นต้นไป หรือ 13 วันหลังจากการสอบ Ielts (ไอเอล) โดยสามารถขอรับได้จนถึงวันจันทร์ หรือรอรับผลการสอบ Ielts (ไอเอล) ทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษซึ่งจะจัดส่งออกไปในวันอังคาร (17 วันหลังจากการสอบ Ielts (ไอเอล))
  3. บริติซ เคานซิลจะไม่แจ้งผลการสอบ Ielts (ไอเอล) ทางโทรศัพท์ โทรสาร หรืออีเมล ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น
  4. ผลคะแนน Ielts (ไอเอล) แบ่งออกเป็น 9 ระดับ ตั้งแต่ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้เลย จนถึงระดับผู้มีความสามารถทางภาษาดีเลิศ
  5. โดยทั่วไปมหาวิทยาลัยจะรับผลการสอบ IELTS (ไอเอล) ที่มีคะแนนรวม 6 หรือ 6.5 ในการเข้าศึกษาต่อ อย่างไรก็ตามผู้สอบ Ielts (ไอเอล) ควรตรวจสอบระดับผลคะแนน Ielts (ไอเอล) ที่เป็นที่ต้องการ กับทางสถาบันการศึกษาที่ได้สมัครไว้ด้วย
  6. ผู้สอบสามารถสมัครสอบ Ielts (ไอเอล) ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ

รูปแบบการสอบ IELTS (ไอเอล)

IELTS (ไอเอล) เป็นการทดสอบเพื่อวัดระดับทักษะทางภาษาอังกฤษที่จำเป็นต้องใช้ในการศึกษาหรือการฝึกงาน การทดสอบ Ielts (ไอเอล) จะแบ่งออกเป็น 4 หมวด โดยที่ผู้สมัคร Ielts (ไอเอล) ทุกท่านจะต้องทดสอบ การฟัง และ การพูด เหมือนกัน แต่จะสามารถเลือกหมวดการสอบในส่วนของการอ่าน และการเขียน เป็นแบบเชิงการฝึกอบรมทั่วไป (General Training) หรือ แบบเชิงวิชาการ (Academic) ได้ ผู้สมัครสอบ Ielts (ไอเอล) ที่มีความประสงค์จะไปศึกษาต่อ ควรเลือกสอบหมวดการอ่านและการเขียนเชิงวิชาการ (Academic Reading and Writing Modules)

ผู้สมัครสอบ Ielts (ไอเอล) ที่มีความประสงค์จะไปฝึกงานหรืออพยพย้ายถิ่นฐาน ควรเลือกสอบหมวดการอ่านและการเขียนเชิงการฝึกอบรมทั่วไป (General Training Reading and Writing Modules.)

  • หมวดการสอบเชิงวิชาการ (Academic Module) จะประเมินความรู้ความสามารถของผู้สมัครสอบในใช้การภาษาเชิงวิชาการเพื่อการศึกษา เช่น การเจรจาโต้ตอบที่ซับซ้อน การอภิปรายเกี่ยวกับแนวความคิดนามธรรม และ การจัดการข้อมูลต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ
  • หมวดการสอบเชิงการฝึกอบรมทั่วไป (General Training Module)จะประเมินความสามารถทางภาษาของผู้สมัครสอบอย่างกว้างๆ โดยการสอบในหมวดนี้จะเหมาะกับ ผู้สมัครที่จะนำผลสอบไปใช้เพื่อการฝึกงาน เพื่อการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา หรือเพื่อการประกอบอาชีพ ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
  • หมวดการสอบที่ต้องการ เพื่อใช้ในการสมัครวีซ่าและการตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหราชอาณาจักร(UKVI) จะต้องสอบ IELTS กับศูนย์สอบที่ผ่านการรับรองจากกองวีซ่าและการตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหราชอาณาจักร(UKVI)

    หากต้องการเช็คว่าต้องสอบ IELTS เพื่อวีซ่า UKVI หรือไม่ และต้องผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษระดับใด สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gov.uk/g…/organisations/uk-visas-and-immigration

การสอบ Ielts (ไอเอล) ใน 3 หมวดแรก การฟัง การอ่าน และการเขียนจะต้องสอบภายในวันเดียวกัน โดยไม่มีการหยุดพักระหว่างการสอบ ส่วนวันทดสอบการพูดนั้นขึ้นอยู่กับศูนย์สอบ Ielts (ไอเอล) จะกำหนด โดยจะกระทำการสอบ ภายใน 7 วัน ก่อนหรือหลังการทดสอบในหมวดอื่น ๆ

การฟัง

เวลา: ประมาณ 30 นาที
ผู้สอบ Ielts (ไอเอล) จะต้องฟังเนื้อเรื่องจากเทป ซึ่งจะเพิ่มความยากขึ้นเรื่อย ๆ เนื้อเรื่องเหล่านี้ประกอบด้วยการสนทนาและบทพูด รวมทั้งความหลากหลายของการออกเสียง และสำเนียงท้องถิ่นที่ปะปนกัน ผู้สมัครจะได้ฟังเทปเพียงครั้งเดียว แต่จะมีเวลาให้ในการอ่านคำถามและเขียนคำตอบ

การอ่านเชิงวิชาการ

เวลา: 60 นาที

การอ่านเชิงการฝึกอบรมทั่วไป

เวลา: 60 นาที

เนื้อเรื่องที่ต้องอ่านมีทั้งหมด 3 เรื่อง ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้มานำมาจากหนังสือ นิตยสาร บทความ และหนังสือพิมพ์ โดยเนื้อหาจะเขียนให้ผู้อ่านทีไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ในจำนวนนี้อย่างน้อยที่สุดจะมีเรื่องหนึ่งที่มีลักษณะเชิงอภิปราย

เนื้อหาขึ้นอยู่กับรูปแบบของข้อสอบ ซึ่งคาดว่าผู้สมัครสอบ Ielts (ไอเอล) จะพบในชีวิตประจำวันในต่างประเทศ เนื้อหาเหล่านี้จะนำมาจากหนังสือพิมพ์ โฆษณา และคู่มือการสอนและหนังสือต่าง ๆ โดยจะทดสอบความสามารถในการทำความเข้าใจ และการใช้ข้อมูลของผู้สมัครสอบ Ielts (ไอเอล) ข้อสอบจะประกอบไปด้วยข้อความยาว ๆ 1 ข้อความซึ่งเนื้อหาจะเป็นในทางอรรถาธิบายมากกว่าเชิงอภิปราย

การเขียนเชิงวิชาการ

เวลา: 60 นาที

การเขียนเชิงการฝึกอบรมทั่วไป

เวลา: 60 นาที

ในส่วนแรกผู้สมัครสอบ Ielts (ไอเอล) จะต้องเขียนรายงานประมาณ 150 คำ ตามตารางและแผนภาพเพื่อ แสดงความสามารถในการบรรยายและอธิบายข้อมูล ส่วนที่ 2 ผู้สมัครสอบ Ielts (ไอเอล) ต้องเขียนเรียงความสั้นความยาวประมาณ 250 คำ เพื่อโต้ตอบข้อคิดเห็นหรือปัญหา โดยแสดงความความสามารถในการอภิปราย โต้แย้ง และใช้ลีลาในการเขียนที่เหมาะสม

ในส่วนแรกผู้สมัคร Ielts (ไอเอล) จะต้องเขียนจดหมายความยาวประมาณ 150 คำ โดยเนื้อหาจะเกี่ยวกับการสอบถามข้อมูล หรือการอธิบายสถานการณ์ต่าง ๆ ในส่วนที่ 2 จะเป็นการเขียนเรียงความสั้น ความยาวประมาณ 250 คำ เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือตอบปัญหาที่ให้ไว้ ซึ่งผู้สมัครสอบ Ielts (ไอเอล) จะต้องแสดงความคิดเห็นของตนเอง และท้าท้ายความคิดเห็นอื่น ๆ โดยถ่ายทอดความรู้สึกและลีลาในการเขียนที่เหมาะสม

การพูด

เวลา: 11–14 นาที

รูปแบบการทดสอบการพูดจะเป็นการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว โดยผู้สมัคร Ielts (ไอเอล) จะได้รับการประเมิน ในส่วนของการใช้ภาษาเพื่อตอบคำถามสั้นๆ พูดเกี่ยวกับหัวข้อที่คุ้นเคย และสามารถโต้ตอบกับผู้สัมภาษณ์ได้



 

2017 BKK KK CM HY
  Thu Sat Sat Sat Sat Sat Sat
January 12 7* 14 21 14 7* 14
February 16* 11* 18 25 11*, 25 11* 25
March 30 4* 18 25* 18 4* 25*
April 20 8* 22 29* 8*, 29* 8* 22
May 25* 6 13* 20 20 6 13*
June 8 3* 17 24* 3*, 17 3* 24*
July 20 8* 15 29* 15 8* 29*
August 3* 12 19* 26 19* 19* 26
September 21 9* 16 30* 16 9* 30*
October 5 14* 21 28* 21 14* 28*
November 2* 4 11* 25 11* 4 11*
November 14 2* 9 16* 9 2* 2*

Those dates with asterisks(*) are Academic and General Training Candidate Sessions 
Those dates without asterisks are Academic Candidate Only Sessions 
Those dates in color are Thursday Testing.

 


IELTS for UKVI Test Schedule - 2017

 

Month Date
January 7*, 14, 21*
February 11*, 18, 25
March 4*, 18, 25*
April 8*, 22, 29*
May 6, 13*, 20
June 3*, 17, 24*
July 8*, 15, 29*
August 12, 19*, 26
September 9*, 16, 30*
October 14*, 21, 28*
November 4, 11*, 25
December 2*, 9, 16*

 

Those dates with asterisks(*) are Academic and General Training Candidate Sessions 
Those dates without asterisks are Academic Candidate Only Sessions

 




ผลคะแนน IELTS (ไอเอล) BAND 0  ถึง BAND 9   ดังนี้

The IELTS 9-band scale

Each band corresponds to a level of English competence. All parts of the test and the Overall Band Score can be reported in whole and half bands, eg 6.5, 7.0, 7.5, 8.0.

Band 9: Expert user: 
Has fully operational command of the language: appropriate, accurate and fluent with complete understanding.

Band 8: Very good user: 
Has fully operational command of the language with only occasional unsystematic inaccuracies and inappropriacies. Misunderstandings may occur in unfamiliar situations. Handles complex detailed argumentation well.

Band 7: Good user: 
Has operational command of the language, though with occasional inaccuracies, inappropriacies and misunderstandings in some situations. Generally handles complex language well and understands detailed reasoning.

Band 6: Competent user:
Has generally effective command of the language despite some inaccuracies, inappropriacies and misunderstandings. Can use and understand fairly complex language, particularly in familiar situations.

Band 5: Modest user:
Has partial command of the language, coping with overall meaning in most situations, though is likely to make many mistakes. Should be able to handle basic communication in own field.

Band 4: Limited user: 
Basic competence is limited to familiar situations. Has frequent problems in understanding and expression. Is not able to use complex language.

Band 3: Extremely limited user:
Conveys and understands only general meaning in very familiar situations. Frequent breakdowns in communication occur.

Band 2: Intermittent user:
No real communication is possible except for the most basic information using isolated words or short formulae in familiar situations and to meet immediate needs. Has great difficulty understanding spoken and written English.

Band 1: Non-user: 
Essentially has no ability to use the language beyond possibly a few isolated words.

Band 0: Did not attempt the test: 
No assessable information provided.

****Cambridge ESOL British Council and IDP Education Australia: IELTS Australia reserve the right to cancel any IELTS Test****
 

สอบถามข้อมูล IELTS (ไอเอล) เพิ่มเติม
http://www.britishcouncil.org
http://www.ielts.idp.co.th
http://www.ielts.org